ไวรัสตับอักเสบ อี (Hepatitis E Virus)

ไวรัสตับอักเสบ อี (Hepatitis E Virus) คืออะไร ? โรคไวรัสตับอักเสบอี (HEV) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสน้องใหม่ ซึ่งเพิ่งจะมีการตรวจพบมากขึ้นในระยะหลัง การติดเชื้อที่มีการบันทึกไว้ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2498 ณ เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มเอเชียและประเทศไทย พบจำนวนผู้ป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ อี เพียงประปรายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เชื้อไวรัสชนิดนี้ยังสามารถพบได้ในสัตว์บางประเภทด้วย เช่น หมู กวาง กระต่าย นก และหนู เป็นต้น ไวรัสตับอักเสบอี เป็น สาเหตุหลักของการเสียชีวิตในประเทศกำลังพัฒนาและถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของหญิงตั้งครรภ์ เพราะในจำนวนผู้ติดเชื้อราวๆ 20 ล้านรายทั่วโลกแต่ละปี จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้สูงถึงประมาณ 70,000 คน ซึ่งส่วนมากเป็นผู้หญิงที่กำลังอยู่ในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ โดยคิดเป็นร้อยละ 20 จากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบ อี เนื่องจากอาการของโรคไวรัสตับอักเสบแต่ละชนิดนั้น ส่วนใหญ่จะคล้ายๆกัน การตรวจเลือดจะช่วยให้สามารถระบุชนิดของโรคได้ว่า ผู้ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบชนิดไหน โดยการตรวจด้วยวิธี RT-PCR เพื่อหาเชื้อไวรัสอาร์เอ็นเอ HEV  นอกจากนี้ แพทย์ยังสามารถตรวจหาสารแอนทิบอดี้ของเชื้อไวรัส […]

admin

January 20, 2020

ไวรัสตับอักเสบ ดี (Hepatitis D Virus)

ไวรัสตับอักเสบ ดี (Hepatitis D Virus) คืออะไร ? โรคไวรัสตับอักเสบ ดี (HDV) เป็นโรคติดต่อที่พบได้น้อยมาก โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะจำกัดตัวอยู่ใน กลุ่มผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้นและกลุ่มผู้ป่วยโรคเอดส์ อีกทั้งยังพบได้มากในกลุ่มประเทศโซนยุโรปมากกว่าในประเทศไทยหรือในเอเชีย มันเป็นไวรัสที่แฝงมากับ ไวรัสตับอักเสบ บี และต้องอาศัยองค์ประกอบของไวรัสตับอักเสบบีในการแบ่งตัว ดังนั้น ผู้ที่จะเป็นโรคไวรัสตับอักเสบดีต้องมีเชื้อไวรัสชนิดบีอยู่ในร่างกายอยู่ก่อนแล้ว หรืออาจติดเชื้อทั้ง 2 ชนิดนี้มาพร้อมๆ กัน  การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบ ดี เมื่อแพทย์ทำการตรวจเลือดของผู้ที่ป่วยหรือติดเชื้อไวรัสตับอักเสบดี จะพบค่า HbAg ,IgM anti-HDV และ IgG anti-HDV ให้ผลเป็นบวก ส่วนในรายที่เป็น โรคไวรัสตับอักเสบ บี อยู่ก่อนแล้วและมาติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ดี ในภายหลัง จะตรวจเลือดพบว่า:  มีจำนวนเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่ในปริมาณน้อย  มี HDAg และ HDV ในกระแสเลือด  มี IgM และ IgG anti-HDV จำนวนมากในกระแสเลือด  ทั้งนี้ […]

admin

January 20, 2020

ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus)

ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus) ไวรัสตับอักเสบ ซี เป็นโรคมีสาเหตุมาจากการติด เชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี (HCV) โดยสามารถติดต่อกันได้ทางเลือดหรือทางเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้ หากไม่ได้ทำการรักษา สามารถทำให้เกิดผลที่รุนแรงต่อตับตามมา โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะเรื้อรัง มีโอกาสสูงที่จะพัฒนาเป็นโรคตับที่รุนแรงหรือ มะเร็งตับ ได้ เชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเป็น โรคตับอักเสบเรื้อรัง มากกว่าเชื้อไวรัสชนิด บี และมากกว่าสาเหตุที่เกิดจากการดื่มสุรา ที่สำคัญ ประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ที่มีอาการตับอักเสบเรื้อรังจะกลายไปเป็นโรคตับแข็ง และประมาณร้อยละ 4 ของผู้ป่วยโรคตับแข็งจะมีอาการรุนแรงขึ้นกระทั่งกลายไปเป็นมะเร็งตับในที่สุด การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบ ซี หากท่านใดคิดว่าตนเองมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี สามารถไปโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจได้ทันที โดยแพทย์จะทำการวินิจฉัยด้วยการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อโรคดังกล่าว หากพบว่ามีเชื้อ แพทย์ก็จะให้ทำการตรวจเลือดเพื่อหาปริมาณไวรัสในเลือด (Viral Load) และตรวจหาสายพันธ์ุของไวรัส ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหาทางรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมให้ได้ โดยแพทย์จะดำเนินการดังที่กล่าวมาในห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็บ ทั้งนี้ การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบซี จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะอาการ หากแพทย์ประเมินอาการเบื้องต้นแล้วพบว่าอาจเป็นตับอักเสบแบบเฉียบพลัน จะวินิจฉัยโดยการเจาะเลือดเพื่อตรวจการทำงานของตับและดูว่ามีการอักเสบหรือไม่ รวมถึงการตรวจหาสารภูมิคุ้มกัน Anti-HCV หรือนับปริมาณไวรัสในเลือด ซึ่งบางรายที่ตรวจไม่เจอในระยะแรก […]

admin

January 20, 2020

ไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A Virus)

ไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A Virus) คืออะไร ? ไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นโรคตับจากไวรัสที่สามารถทำให้เกิดการเจ็บป่วยเล็กน้อยจนถึงขั้นรุนแรง ไวรัสชนิดนี้ (HAV) มักจะถูกแพร่ผ่านการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนหรือผ่านการสัมผัสโดยตรงกับผู้ติดเชื้อ  เชื้อไวรัสนี้จะทนอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน ทำให้พบมีการระบาดในชุมชนและกลุ่มคนที่รวมกันตาม โรงเรียน หอพัก ค่ายทหาร เป็นต้น การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบ เอ ผู้ป่วยที่มีอาการอันเกี่ยวเนื่องกับโรคตับอักเสบ หากเจาะเลือดแล้วพบว่า ค่า SGOT หรือ SGPT สูงแสดงว่ามีการอักเสบของตับ ซึ่งควรได้รับการตรวจวินิจฉัยในขั้นตอนถัดไป การตรวจวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบเอ สามารถทำได้โดยการตรวจหาภูมิคุ้มกันหรือสารแอนติบอดี้ IgM ต่อต้านเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ จากของเหลวในร่างกาย เช่น น้ำเหลืองที่เก็บรวบรวมได้ทันทีหรือในระหว่างการเจ็บป่วย ซึ่งมักจะสามารถตรวจพบได้ภายใน 5-10 วันหลังการติดเชื้อและตรวจพบอย่างต่อเนื่องได้นานถึง 6 เดือนหลังจากเริ่มมีอาการ วิธีการดังกล่าวจะดำเนินการร่วมกับการตรวจภูมิคุ้มกันหรือสารแอนติบอดี้จำเพาะ (HAV-specific Immunoglobulin Antibody) ของไวรัสที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน้อย 4 เท่าหรือมากกว่านั้น จากการเจาะน้ำเหลือง 2 ครั้งด้วยวิธี RIA หรือ ELISA ซึ่งวิธีนี้สามารถตรวจหาภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ตอบสนองต่อการติดเชื้อ […]

admin

January 14, 2020

ไวรัสตับอักเสบ บี (Hepatitis B Virus)

ไวรัสตับอักเสบ บี (Hepatitis B Virus) โรคไวรัสตับอักเสบบี เป็นอาการอักเสบของตับที่เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี (HBV) ไวรัสดังกล่าวจะทำร้ายเซลล์ตับและทำให้ตับเกิดการอักเสบ ในบางกรณี การติดเชื้อดังกล่าวอาจอยู่ในภาวะคงที่เป็นเวลาหลายปี ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อไม่ทราบว่าตนเองกำลังติดเชื้อในร่างกาย แต่เชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถแบ่งตัวและแพร่กระจายออกไปทำลายเซลล์ตับได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการอักเสบและทำลายการทำหน้าที่ของตับ โรคไวรัสตับอักเสบบีนั้นแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ แบบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นแล้วหายภายใน 180 วัน และแบบเรื้อรัง ซึ่งจะมีอาการนานกว่า 180 วัน ทั้งนี้ สำหรับแบบเฉียบพลัน เมื่อมีการรับเชื้อไปแล้วราวสองสามเดือน จะมีอาการเป็นไข้ เป็นหวัด ปวดเมื่อยตามตัว และจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ จะเริ่มมีอาการตับอักเสบ ตัวเหลือง ตาเหลือง ถ้าไปให้แพทย์ตรวจดู จะพบค่าการทำงานของตับสูงกว่าปกติ การวินิจฉัย จะรู้ได้อย่างไรว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี? การตรวจวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบบี มีหลายวิธีด้วยกัน แต่วิธีที่มักนิยมใช้กัน ได้แก่ การเจาะเลือดตรวจค่าการทำงานของตับ – เป็นการตรวจหาค่าต่างๆ เช่น ALT บิลลิรูบิน และปริมาณของ HBeAg ซึ่งก็คือโปรตีนที่อยู่บนผิวของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี […]

admin

January 14, 2020

ตับคืออะไร และมีหน้าที่อะไร

สารบัญเรื่องตับ ตับ (Liver) คืออะไร ? หน้าที่ของตับในแต่ละด้าน โรคที่เกี่ยวข้องกับตับ เทคนิคบำรุงตับ ตับ (Liver) คืออะไร ? ถ้าพูดถึงอวัยวะภายใน ตับถือเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญที่สุดพอๆกับหัวใจเลยทีเดียว แถมมันยังมีขนาดใหญ่กว่าอีกด้วย ที่จริงแล้วตับถือเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย เพียงแต่มันทำหน้าที่แตกต่างจากหัวใจเท่านั้น แต่ก็มีส่วนเชื่อมโยงกับระบบประสาทของเราอย่างซับซ้อน และในแต่ละนาทีที่ผ่านไป หัวใจต้องสูบฉีดเลือดประมาณ 1 ใน 4 เพื่อส่งไปหล่อเลี้ยงการทำงานของตับ คิดเป็นจำนวนเลือดที่ไหลผ่านมากถึงปริมาณ 1,500 – 1,800 ลิตรต่อวัน หากเปรียบเป็นรถยนต์ ก็ถือได้ว่าเป็นรถที่กินน้ำมันและทำงานหนักมากที่สุด โดยไม่มีเวลาหยุดพักเลย ถ้าใครเคยลองสังเกตดู จะเห็นได้ว่า มีบรรดานักมวยบนสังเวียนจำนวนมากที่ต้องล้มทรุดลงกับพื้นเวที เมื่อถูกชกเข้าที่บริเวณชายโครงขวา ใต้กระบังลม ซึ่งเป็นที่อยู่ของตับนั่นเอง  และไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถกลับมายืนขึ้นได้อีก ลักษณะของตับ ตับที่อยู่ในสภาวะปกติทั่วไป จะมีลักษณะนุ่ม สีชมพูอมน้ำตาล แน่นอนว่า ขนาดของตับขึ้นอยู่กับขนาดร่างกายของแต่ละคนด้วย แต่โดยเฉลี่ยแล้ว มันมีความยาวโดยรวมประมาณ 6-7 นิ้ว โดยแบ่งออกเป็น 4 พู (คล้ายๆ พูทุเรียน) […]

admin

December 27, 2019

ระวังสูบบุหรี่และดื่มเหล้ามีผลเสียต่อโรคตับอย่างร้ายแรง

รู้หรือไม่ระวังสูบบุหรี่และดื่มเหล้ามีผลเสียต่อโรคตับอย่างร้ายแรง ทั้งบุหรี่และเหล้ามีผลเสียต่อโรคตับอย่างไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ จากการวิจัยในผู้ป่วยที่เป็นพาหะโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีพบว่าในกลุ่มที่ติดเหล้าและบุหรี่กับกลุ่มที่ไม่สูบบุหรี่ไม่ดื่มเหล้า ทั้งสองกลุ่มมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งตับต่างกันถึง 4-5 เท่าเลยทีเดียวค่ะ เหล้าแอลกอฮอล์มีผลเสียต่อตับอย่างไร ไหนเล่ามีส่วนประกอบของเอทิลแอลกอฮอล์ซึ่งมีผลเสียทำลายตับโดยตรง ในคนที่ดื่มเหล้าเป็นประจำสมรรถภาพในการทำงานของตับจะลดลงและมักพบว่าจะมีไขมันพอกตับสูงและอาจจะมีปัญหาตับอักเสบเรื้อรัง และพบว่ามีโอกาสเกิดโรคตับแข็งและโรคมะเร็งตับตามมาได้สูงกว่าผู้ที่ไม่ดื่มเหล้าอย่างมาก การสูบบุหรี่มีผลเสียต่อตับอย่างไร ถ้าเราพูดถึงข้อเสียของบุหรี่เรามักจะนึกถึงแค่ว่ามีผลเสียต่อปอดเท่านั้น แต่จริงๆแล้วในบุหรี่มีของเสียสารพิษสูงซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่ออวัยวะที่ทำหน้าที่ในการกำจัดสารพิษโดยเฉพาะอวัยวะตับของเรา  มีการวิจัยพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวันมีโอกาสเกิดโรคตับอักเสบสูงมาก และเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาตับแข็งเหมือนกับการดื่มเหล้าแอลกอฮอล์อีกด้วย  ในบุหรี่มีสารพิษสารเคมีในปริมาณมากกว่า 200 ชนิดและมีมากกว่า 100 ชนิดที่นับว่าเป็นสารพิษและกว่า 40 ชนิดที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นสารก่อมะเร็ง ในผู้ที่สูบบุหรี่ประจำทุกๆวันตัดต้องทำงานหนักเป็นพิเศษในการกรองสารพิษเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา ทำให้ตับอ่อนแอและเกิดปัญหาตามมาได้ง่าย จึงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับอักเสบมากเป็นพิเศษ ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคตับอยู่แล้ว จึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เป็นพิเศษ เพราะยิ่งทำให้โรคทรุดลงเร็วขึ้น และตับเป็นอวัยวะที่มักจะไม่บอกอาการล่วงหน้าจนกว่าเมื่อเรามีปัญหาสะสมรุนแรงถึงขั้นหนึ่งจึงจะแสดงอาการออกมามีผู้ป่วยจำนวนมากที่พบอีกทีว่าเป็นตับอักเสบตับแข็งหรือว่าพบว่าเป็นมะเร็งตับ โดยที่ก่อนหน้านี้ไม่แสดงอาการมาก่อน  ผู้ป่วยโรคตับดื่มสมุนไพรยาดองบำรุงตับได้ไหม มีสมุนไพรบำรุงตับจำนวนมาก และบางชนิดต้องรับประทานด้วยการนำไปดองเหล้าหรือแอลกอฮอล์ หลายคนจึงคิดว่าถ้าทานเหล้าแบบที่เป็นชนิดบำรุงตับน่าจะไม่มีปัญหาแต่ความจริงแล้วเป็นอย่างไร ในความจริงแล้วแม้ว่าจะเป็นยาดองที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรอยู่แต่ก็มีความเป็นแอลกอฮอล์คือเอทิลแอลกอฮอล์ซึ่งก็เป็นสารพิษที่ตับจะต้องทำงานหนักมากขึ้นในการที่จะขับสารพิษของเสียออกจากร่างกาย  โดยเมื่อเราดื่มเหล้าหรือแอลกอฮอล์เข้าไปในร่างกายแล้วแอลกอฮอล์จะดูดซึมเข้ากระแสเลือดผ่านทางลำไส้เล็กแล้วก็จะถูกส่งเข้าไปที่ตับโดยเอทิลแอลกอฮอล์นี้จะถูกเปลี่ยนกลายเป็นเอทานอล โดยสารทั้งสองตัวนี้ล้วนเป็นพิษต่อตับมีผลเสียทำให้ตับเกิดการอักเสบรุนแรงยิ่งขึ้นและทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับตามมาและตับอักเสบเรื้อรังได้อีกด้วย  ดังนั้นแม้ว่าสมุนไพรอาจจะมีข้อดีบางส่วนแต่ข้อเสียเมื่อถูกทำเป็นยาดองก็ยังเยอะอยู่ ในผู้ป่วยโรคตับจึงแนะนำควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์แม้ว่าจะเป็นยาดองก็ตาม บทความเรื่องตับอื่นๆ ที่น่ารู้

admin

December 20, 2019

สีสันบำบัดโรค ช่วยผู้ป่วยโรคตับได้จริงหรือไม่

สีสันบำบัดโรค ช่วยผู้ป่วยโรคตับได้จริงหรือ ในทางการแพทย์แผนจีนมีคัมภีร์ที่ชื่อว่าคัมภีร์หวงตี้เน่ยจิงคัมภีร์นี้กล่าวถึงสีสันที่เชื่อมโยงกับอวัยวะต่างๆโดยตับจะคู่กับสีเขียว ซึ่งแสดงถึงการผ่อนคลาย สีที่เชื่อมกับอวัยวะต่างๆมีดังนี้ ตับคู่กับสีเขียว หัวใจคู่กับสีแดง ม้ามคู่กับสีเหลือง ปอดคู่กับสีขาว ไตคู่กับสีดำ ในทางจิตวิทยาสีสันมีผลกระทบโดยตรงต่ออารมณ์ของผู้ป่วย มีการนำสีไปประยุกต์ใช้ในการบำบัดอารมณ์ของผู้ป่วยหลายๆด้าน ทั้งในเรื่องการตกแต่งสิ่งแวดล้อมไปจนถึงการเลือกรับประทานอาหารและยาสมุนไพรต่างๆในการรักษาโรคของอวัยวะแต่ละส่วน ตัวอย่างเช่นสีส้มและสีแดงเป็นสีที่เชื่อมโยงกับแสงอาทิตย์ สีเหลืองจะช่วยบำรุงระบบการย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น สีน้ำเงินช่วยสนับสนุนให้ผู้ป่วยมีความสงบสุข สีเขียวเชื่อมกับธรรมชาติทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายใจและมีผลดีต่อตับและดวงตา เป็นต้น การเลือกสีสำหรับช่วยบำบัดผู้ป่วยโรคตับ แนะนำสีโทนเย็นหรือโทนอ่อนเพราะว่าสีโทนร้อนจะทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติถูกกระตุ้นทำให้ผ่อนคลายและเป็นกังวลได้ง่าย  สำหรับห้องของผู้ป่วยแนะนำทานสีโทนอ่อนและโทนเย็นเช่นสีขาวหรือสีฟ้าจะช่วยคลายเครียดคลายกังวลให้ผู้ป่วยได้  ในห้องที่ทาสีชมพูมีการศึกษาว่าจะช่วยลดปริมาณการใช้ยาระงับประสาทในผู้ป่วยได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยที่มีภาวะตับอักเสบอารมณ์ขุ่นมัวน้อยลง นอกจากนี้สีสันที่เป็นสีโทนธรรมชาติก็จะช่วยให้เกิดความผ่อนคลายจึงแนะนำให้ผู้ป่วยออกไปท่องเที่ยวเพื่อรับอากาศและมองเห็นสีสันของธรรมชาติมากขึ้น และเมื่ออารมณ์ผ่อนคลายดีแล้วก็จะช่วยบำรุงให้ตับฟื้นฟูตัวเองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น บทความเรื่องตับอื่นๆ ที่น่าสนใจ

admin

December 20, 2019

คุณแม่ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี ให้นมลูกได้หรือไม่ 

คุณแม่ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี สามารถให้นมลูกได้หรือไม่ ? เพราะโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีจะติดต่อผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่งเป็นหลัก คุณแม่หลายท่านจึงกังวลว่าอาจจะติดต่อเชื้อไวรัสไปสู่ลูกได้ นมแม่มีสารอาหารคุณภาพสูงมากที่จำเป็นต่อเด็กทารกและจากการวิจัยพบว่าในนมแม่มีไวรัสอยู่น้อยมาก ถ้าเด็กทารกได้รับวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีแล้วความเสี่ยงในการติดต่อจากแม่สู่ลูกผ่านทางนมก็จะน้อยมาก และในทางการแพทย์ได้ออกมาพิสูจน์ยืนยันแล้วว่ายินดีกับคุณแม่ที่มีภาวะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีว่าสามารถที่จะให้นมลูกได้ตามปกติ โดยเพียงแค่ระวังป้องกันฉีดวัคซีนให้กับทารกให้ครบถ้วน เพราะน้ำนมแม่มีสารอาหารที่สำคัญสูงมากทำหน้าที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้เด็กอีกด้วยและกระตุ้นระบบการย่อยการดูดซึมสารอาหารกระเพาะลำไส้ทำงานดีขึ้น คุณแม่จึงไม่ควรให้ลูกพลาดในการได้รับสารอาหารที่ดีเหล่านี้ อย่างไรก็ตามข้อควรระวังคือต้องระวังไม่ให้หัวนมของแม่มีเลือดออกหรือมีบาดแผลซึ่งจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อได้มากขึ้น  นอกจากนี้ในการให้นมลูกควรจะล้างมือก่อนให้นมทุกครั้ง และไม่ควรทานใช้ช้อนอาการร่วมกันเพราะอาจจะมีการติดเชื้อทางน้ำลายได้ จึงต้องระวังในการป้อนอาหารจากปากตัวเองไปสู่ลูก ในคุณแม่ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดอื่นๆสามารถให้นมลูกได้เหมือนกันหรือไม่ ในคุณแม่ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ จะไม่พบว่าในน้ำนมของคุณแม่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเออยู่เพราะร่างกายจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างรวดเร็วกว่าชนิดอื่น ในคุณแม่ที่ติดไวรัสตับอักเส บชนิดบีก็จะไม่ถ่ายทอดผ่านทางนมแม่สามารถให้นมลูกได้ตามปกติ ในคุณแม่ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด c สามารถให้นมลูกได้แต่จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างเพราะยังมีเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดซีอยู่ในน้ำนมอยู่แต่จะน้อยมาก จึงสามารถให้นมลูกได้เพียงแค่ต้องระวังไม่ให้หัวนมมีบาดแผลเลือดออก บทความเรื่องตับอื่นๆ ที่น่ารู้

admin

December 20, 2019

เคล็ดลับบำรุงตับ เทคนิคมองดวงอาทิตย์

เคล็ดลับบำรุงตับ เทคนิคการมองดวงอาทิตย์ มีการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัดจากมหาวิทยาลัยซีแอทเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผลการวิจัยว่าในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบรุนแรง ทดลองมองดวงอาทิตย์ในทุกๆวันเวลาเช้าและเย็นตอนที่มีแสงอ่อนๆวันละประมาณ 15 ถึง 30 นาที ปรากฏผลว่ามีค่าตับที่ดีขึ้น ประวัติของผู้ป่วยรายนี้อายุ 21 ปีมีปัญหาตับอักเสบรุนแรง โดยอาการอักเสบนี้ไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัสหรือการดื่มเหล้าแอลกอฮอล์ แต่เกิดจากปัญหาภูมิคุ้มกันต่ำจากการอดนอนต่อเนื่องเพราะเล่นคอมพิวเตอร์โดยไม่หยุดพัก ในทางแพทย์แผนจีนมีคำกล่าวที่ว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของตับ จึงทำการรักษาผู้ป่วยรายนี้โดยใช้หลักการดังกล่าว โดยให้ผู้ป่วยจ้องมองดวงอาทิตย์ในทุกๆวันที่มีแสงอ่อนๆ เพื่อใช้รังสีจากดวงอาทิตย์ในการรักษาโรคและฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน  โดยเมื่อทำต่อเนื่องเพียงแค่ประมาณ 7 วันผู้ป่วยมีสุขภาพของตับที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามในงานวิจัยนี้ยังขา ดการทดลองซ้ำและหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ จึงยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การการแพทย์ว่าเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ตับดีขึ้นได้โดยตรงแต่อาจจะเกิดจากการผ่อนคลายร่างกายให้สุขภาพด้านอารมณ์ของผู้ป่วยดีขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อตับโดยตรงเช่นเดียวกัน บทความเรื่องตับอื่นๆ ที่น่ารู้

admin

December 20, 2019

ผู้ป่วยโรคตับอักเสบมีเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่

ผู้ป่วยโรคตับอักเสบมีสามารถเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่ ผู้ป่วยโรคตับสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ที่สำคัญคือไม่ควรหักโหมจนเกินไป เพราะ จะทำให้ตับทำงานหนักและเสื่อมลงได้ อย่างไรก็ตามถ้ามีภาวะโรคตับอักเสบเฉียบพลันแบบรุนแรงควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ชั่วคราว และนอกจากนี้หากมีอาการปัญหาสุขภาพต่างๆเช่นการอ่อนเพลียเบื่ออาหารปวดเมื่อยอาหารไม่ย่อยควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลานั้น  ถ้าเป็นโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม ถ้าหากเป็นแค่พาหะของโรคตับก็ควรจะไปตรวจเลือดเพื่อตรวจสอบว่ามีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่ ถ้าหากคู่รักของคุณยังไม่มีก็ควรจะรีบฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน ส่วนในกรณีที่คู่รักมีคนเป็นโรคไวรัสตับอักเสบชนิดซี เชื้อนี้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนฉีดป้องกันได้ แต่โอกาสการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด c จะน้อยกว่าชนิด b โดยครอบครัวระวังคือควรจะใส่ถุงยางอนามัยในระหว่างมีเพศสัมพันธ์และไม่ให้มีเพศสัมพันธ์รุนแรงเกินไปเช่นมีการเลือดออกก็จะลดความเสี่ยงของการติดต่อได้ นอกจากนี้คนที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบชนิดบีเท่านั้นที่สามารถติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดดีได้ โดยไวรัสตับอักเสบชนิดดีนี้ยังพบได้ไม่มากนักส่วนใหญ่ที่พบได้จ้าพบในผู้ที่ชอบเที่ยวหญิงบริการมีเพศสัมพันธ์เยอะหลายคนค่อนข้างมาก บทความเรื่องตับอื่นๆ ที่น่ารู้

admin

December 10, 2019

ผู้เป็นพาหะโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีสามารถมีลูกได้หรือไม่

ผู้เป็นพาหะโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีสามารถมีลูกได้หรือไม่ โรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีนี้มีโอกาสติดต่อจากแม่สู่ลูกได้โดยตรงและมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ติดเชื้อในรูปแบบนี้ แต่ละคนจึงเข้าใจกันว่าผู้เป็นถ้าหาโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีจะมีลูกไม่ได้มิฉะนั้นลูกจะติดเชื้อ แต่ความจริงแล้วสามารถลดโอกาสการติดเชื้อในเด็กได้โดยการฉีดวัคซีนให้กับทารกในวันแรกหลังจากการคลอดบุตรจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้มาก  ในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีให้กับทารกทุกคน โดยเฉพาะหากฝั่งแม่มีพาหะโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีอยู่แล้วจะต้องให้ทารกได้รับวัคซีนทันทีในวันแรกหลังคลอด ยังไงคุณแม่ตั้งครรภ์ควรจะตรวจเลือดเพื่อดูค่า HBeAg6 โดยหากมีค่าเป็นผลบวกจะต้องให้ทารกฉีดวัคซีนและยังต้องได้รับอิมมูโนโกลบูลิน ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันสำหรับไวรัสตับอักเสบชนิดบีด้วย มิฉะนั้นถ้าไม่ฉีดวัคซีนและดำเนินการป้องกันดังกล่าวเด็กทารกมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นพาหะโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีสูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์และมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดเป็นโรคตับอักเสบชนิดเรื้อรังโรคตับแข็งและเป็นโรคมะเร็งตับได้ในอนาคตเมื่อโตขึ้น สำหรับโรคไวรัสตับอักเสบชนิด c โรคนี้มีโอกาสแพร่จากแม่สู่ลูกได้น้อยกว่า ขอแนะนำอาหารเสริมบำรุงผู้เป็นไวรัสตับอักเสบ บี บทความเรื่องตับอื่นๆ ที่น่ารู้

admin

December 10, 2019
1 2 3
สอบถาม